เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้ปังเหมือนมืออาชีพ

เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้ปังเหมือนมืออาชีพ

หากใครมองว่าการออกแบบเว็บไซต์สำหรับมือใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาจไม่ได้มีพื้นฐานหรือประสบการณ์เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์มาก่อนเลย ถ้าอย่างนั้นเรามาดูเคล็ด(ไม่)ลับเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์กันดีกว่า บอกเลยว่าถ้าทำตามแล้วคุณก็จะมีเว็ปไซต์ที่ปังเหมือนได้มืออาชีพมาออกแบบเว็บให้อย่างแน่นอน

ทริคออกแบบเว็บไซต์ให้ปัง

ตั้งชื่อแบรนด์และข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้ชัดเจนและน่าสนใจ
หากคุณกำลังทำเว็บไซต์ที่ขายสินค้า ก็ควรมีชื่อแบรนด์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งควรมีข้อมูลของสินค้าและบริการให้ครบถ้วนเพื่อดึงดูดผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม หรือหากคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการให้ข้อมูลข่าวสารหรือสาระน่ารู้ ก็ควรเขียนหัวข้อให้มีความโดดเด่นและดูน่าสนใจ

-รูปแบบตัวอักษรบนเว็บไซต์ต้องอ่านง่าย
การเลือกรูปแบบตัวอักษรนั้น หลาย ๆ คนอาจเลือกแค่ที่ความสวยงามอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าหากเราเลือกรูปแบบอักษรธรรมดาแต่อ่านง่าย เข้าใจง่าย จะทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้อ่านมากขึ้นเยอะเลย

-โทนสีและข้อความบนเว็บไซต์ที่โดดเด่น
การเลือกโทนสีในเว็บไซต์ควรเลือกใช้สีที่มีโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน และข้อความที่มีตัวอักษรขนาดกำลังพอดี มีสีสันไม่กลืนไปกับพื้นหลังของเว็บไซต์ จะทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมนั้นสบายตาและสามารถเลื่อนดูเว็บไซต์ของคุณได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

-เลือกวางภาพประกอบให้สมดุล
หากคุณมีภาพประกอบที่สวยมากขนาดไหน แต่ถ้าคุณเลือกวางภาพมีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป หรือมีรูปภาพประกอบมากเกินไป อาจทำให้เว็บไซต์ของคุณดูรกขึ้นมาก็เป็นได้

-ตรวจสอบการสะกดคำ
เป็นข้อเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเป็นเด็ดขาด เพราะถ้าคิดในทางกลับกัน หากคุณอ่านข่าวบนเว็บไซต์หนึ่งแล้วมีการสะกดคำบนเว็บไซต์ผิด คุณก็จะมีความเชื่อถือลดน้อยลง หรืออาจถึงขั้นมีความหมายผิดเพี้ยนไปจนเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดกันก็เป็นได้

-มีการสรุปข้อมูลที่ถูกต้อง
ถ้าคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการขายสินค้า คุณควรจะต้องมีสรุปยอดและข้อมูลคำสั่งซื้อเพื่อให้ผู้ซื้อตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างสะดวกสบายและครบถ้วน หรือหากคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวสารหรือสาระน่ารู้ก็ควรมีสรุปเนื้อหาไว้ท้ายบทความด้วย

จะเห็นได้ว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเลย เพียงแค่ทำตามทริคที่เราได้บอกไป เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าสนใจ โดนใจผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ปังเหมือนกับเว็บไซต์ของมืออาชีพ อีกทั้งยังอาจทำให้เพิ่มยอดขายและยอดการเข้าชมได้มากขึ้นอีกด้วย

เคล็ดลับออกแบบเว็บร้านค้า เพิ่มยอดขายได้จริง

6 เคล็ดลับออกแบบเว็บให้ใช้งานง่าย

ปัจจุบันธุรกิจร้านค้าเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจจากเดิมที่เคยแต่ขายเฉพาะหน้าร้าน มาเป็นการขายผ่านเว็บไซต์กันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม โดดเด่น และตอบโจทย์การทำธุรกิจก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ในเวลาสั้น ๆ แต่จำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนเทคนิคต่าง ๆ พอสมควร ยิ่งมีคู่แข่งเยอะยิ่งต้องกดดัน ดูตัวอย่างได้จากเว็บ ข่าวบอล ปัจจุบันมีถึงหลักร้อยเว็บแต่จุดดึงดูดความสนใจผู้ใช้จริงๆก็คือความสวยและเน้นใช้งานง่าย วันนี้จึงจะมาแนะนำ 6 เคล็ดลับออกแบบเว็บไซต์ร้านค้า ให้ใช้งานได้ง่ายและดึงดูดใจผู้ชมให้มาเป็นลูกค้า

6 เคล็ดลับออกแบบเว็บให้ใช้งานง่าย

1. ออกแบบเว็บไซต์เพื่อทำให้ผู้เข้าชมเปลี่ยนเป็นผู้ซื้อ

กฎพื้นฐานของการออกแบบเว็บไซต์สำหรับร้านค้าก็คือการเปลี่ยนผู้มาเยี่ยมชมให้กลายเป็นผู้ซื้อให้ได้ ซึ่งเราต้องคำนึงอยู่เสมอว่าเว็บไซต์ของเราต้องการให้ผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์รู้สึกสนใจในสินค้าหรือบริการของเรา หรือสร้างเนื้อหาที่ดึงดูดให้ผู้เข้าชมอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของเราให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะยิ่งเนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ของเราน่าสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าชมรู้สึกสนใจสินค้าหรือบริการของเรามากเท่านั้น

2. ใส่ข้อมูลให้น้อยเท่าที่จำเป็น

แน่นอนว่าเวลาเราเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ไหนก็ตาม สิ่งที่เราไม่ต้องการเจอมากที่สุดก็คือหน้าเว็บไซต์ที่ดูรกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบ มีแต่ข้อมูลยาวเหยียดที่ดูแล้วน่าเบื่อ น่ารำคาญ มากกว่าน่าสนใจ เพราะฉะนั้น เราจึงควรออกแบบเว็บไซต์ที่ไม่ต้องยัดข้อมูลทุกอย่างลงไป เพียงแต่ใส่เฉพาะในส่วนสำคัญ และจัดแบ่งหมวดหมู่ให้เป็นที่เป็นทาง เช่น ประวัติองค์กร, ข่าวสาร, หน้าสินค้าและบริการต่าง ๆ ฯลฯ แต่ควรใส่ข้อมูลให้กระชับ ไม่เวิ่นเว้อ เพราะคนส่วนใหญ่มักไม่เสียเวลาอ่านอะไรยาว ๆ

3. ออกแบบเว็บไซต์แบบเรียบง่ายและสบายตา

บางคนมักออกแบบเว็บไซต์โดยเน้นกราฟิกอลังการจนลืมไปว่าวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์คือการขายสินค้าและบริการ ฉะนั้น ทางที่ดีหน้าเว็บจึงควรเน้นความเรียบง่าย ดูแล้วสบายตา มีสินค้าหรือบริการ รวมทั้งเรื่องราว ๆ ที่เราต้องการนำเสนอปรากฏให้เห็นแบบชัดเจน ยิ่งหากออกแบบเว็บไซต์ให้มี Mood & Tone ไปในทิศทางเดียวกันทุกหน้าได้ ก็จะยิ่งเพิ่มความประทับใจให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น

4. ออกแบบเว็บไซต์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

คงไม่ดีแน่ถ้าเว็บไซต์ของเรายังเป็นหน้าเว็บที่ให้อารมณ์ยุคเก่าสมัย 90 หรือ 2000 ซึ่งความรู้สึกของผู้เข้ามาเยี่ยมชมนอกจากจะไม่คุ้นเคยแล้ว ยังทำให้ธุรกิจของเราดูไม่มีความน่าเชื่อถืออีกด้วย ฉะนั้น จึงควรปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้ดูทันสมัยตามเทรนด์อยู่เสมอ ซึ่งสไตล์ที่สามารถช่วยเราให้มากที่สุดก็คือ Flat Design ที่เน้นความเรียบง่าย ดูดีกับทุกยุคสมัยนั่นเอง

5. เลือกใช้ตัวหนังสือที่โดดเด่นและนำสายตา

ตัวหนังสือหรือ Font ที่ใช้ในหน้าเว็บไซต์มีความสำคัญอย่างมาก การเลือก Font ที่เรียบง่าย มีระเบียบ อ่านแล้วสบายตาจะช่วยเพิ่มความรู้สึกเป็นมิตรต่อผู้เข้ามาเยี่ยมมากขึ้น และที่สำคัญควรใช้ตัวหนาหรือ Font ขนาดใหญ่พิเศษในส่วนสำคัญเพื่อนำสายตาของผู้อ่านให้ไปยังส่วนที่เราต้องการให้เห็น เช่น นำไปสู่หน้ารายละเอียดสินค้าหรือบริการต่าง ๆ หรือนำไปสู่หน้าแคตตาล็อกสินค้า เป็นต้น

6. ใช้ภาพประกอบแทนคำพูดในส่วนที่ซับซ้อน

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ชอบการอ่านข้อความยืดยาว ฉะนั้น หากเราต้องการอธิบายบางอย่างที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น วิธีใช้สินค้า หรือวิธีการประกอบสินค้า ก็ควรใช้ภาพประกอบเพื่อลดการใช้ข้อความยาวเหยียด แถมยังสามารถสื่อสารกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ดีกว่าตัวหนังสืออีกด้วย

ในยุค New Normal ที่หลายคนแทบไม่กล้าออกจากบ้านเพราะกลัวโรคระบาดด้วยแล้ว การสร้างเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์ก็ยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น หากนำเคล็ดลับข้างต้นไปปรับใช้ ก็จะช่วยสร้างยอดขายได้

เคล็ดลับออกแบบเว็บร้านค้า เพิ่มยอดขายได้จริง

เรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งาน

เรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งาน

ใคร ๆ ก็บอกว่าโลกหมุนเร็วจนตามแทบไม่ทัน ในที่นี้คงหมายถึงโลกเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมากกว่าที่จะหมายถึงการหมุนเหวี่ยงของแกนโลกจริง ๆ ดังนั้นบรรดาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ จึงได้รับความนิยมอย่างมากในโลกโซเชียล ในฐานะของคนทำงานที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน เราจึงควรเพิ่มพูนทักษะความรู้ในการใช้งานให้มีความคล่องตัว แต่หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์แล้วล่ะก็ เราไปเรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับประเภทของการใช้งานพร้อม ๆ กัน

  • โซเชียลมีเดียทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ต่าง ๆ จะได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และการตัดสินใจของผู้บริโภค ดังนั้นสิ่งสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งานขององค์กรหรือบริษัทต้องคำถึงสิ่งต่อไปนี้
  • การสร้างเนื้อหาหรือคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และง่ายต่อการเข้าถึง สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมายหลักของเว็บไซต์ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจแถมยังใช้งานยากอีกละก็ ผู้บริโภคก็ไม่อยากแวะเข้ามาชมให้เสียเวลา แถมยังหนีไปกดไลค์กดแชร์เว็บอื่นให้ช้ำใจอีกต่างหาก
  • เว็บไซต์ควรมีการสื่อสารความหมายที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน ออกแบบอย่างสวยงาม ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถใช้งานสะดวก ทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคและผู้ใช้ ดังนั้นหากเราเป็นธุรกิจบริการออกแบบเว็บไซต์ ก็ควรคำนึงถึงลักษณะและจุดเด่นขององค์กร เช่น หากเป็นเว็บไซต์ของภาครัฐ การเลือกใช้สีและองค์ประกอบต่าง ๆ ควรสร้างความน่าเชื่อถือ และดูเป็นมืออาชีพมากกว่า โดยไม่ใช้สีสันฉูดฉาดจนเกินไป
  • การรักษารูปแบบคำสั่งหรือการใช้งานแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ เช่น แบบตัวอักษรหรือฟอนต์ กราฟิก รูปแบบของหน้าเว็บไซต์ ตลอดจนระบบเนวิเกชั่น ใช้โทนสีที่มีแบบแผนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • เนื้อหาที่นำเสนอต้องมีความเหมาะสม ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นปัจจุบันทันยุคสมัย มีการเพิ่มเนื้อหาใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • อิสระในการเข้าถึง เหมาะกับอุปกรณ์ทุกขนาด ทั้ง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
  • มีการเชื่อมต่อลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลอ้างอิงอื่น ๆ ได้อย่างน่าสนใจ อำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าชม เช่น มีการแนะนำบทความอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน ช่วยเพิ่มการรับรู้และระยะเวลารับชมในเว็บไซต์
  • ไม่ว่าคุณจะเป็นเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือใหญ่ การใส่ภาพกราฟิกเคลื่อนไหวมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น Flash หรือ gif เพื่อสร้างจุดนำสายตาหรือดึงดูดความสนใจ อาจเป็นการรบกวนผู้ใช้งาน เช่น pop-up ที่สร้างความรำคาญ อาจจะส่งผลทางลบคือ ผู้ใช้ไม่อยากกลับมาอีก ดังนั้นต้องระมัดระวังและคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้เป็นสำคัญ

รู้อย่างนี้แล้วครั้งต่อไปที่คุณต้องการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งาน ลองกำหนดแนวทางเบื้องต้นของคุณก่อน แล้วจึงปรึกษาบริษัทฯ ที่มีความน่าเชื่อถือ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเรียนรู้การออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5 ปลั๊กอินที่ต้องมี สำหรับผู้ออกแบบเว็บไซต์ด้วย WordPress

5 ปลั๊กอินที่ต้องมี สำหรับผู้ออกแบบเว็บไซต์ด้วย WordPress

เว็บไซต์คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการตลาดและสามารถสร้างยอดขายได้จากทุกพื้นที่ทั่วโลก ทำให้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ต่างหันมาให้ความสนใจและพยายามพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ ซึ่ง WordPress เป็นเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีวิธีการใช้งานไม่ซับซ้อน รองรับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization สูตรสำเร็จของการสร้าง Traffic หรือการเข้าถึงเว็บไซต์ ทั้งยังเป็นเครื่องมือที่มี Plugin ที่หลากหลายรองรับการสร้างเว็บไซต์หลากหลายรูปแบบ

ปลั๊กอิน (Plugin) คือ ส่วนเสริม หรือลูกเล่นที่ช่วยให้ Website มีความน่าสนใจและช่วยเพิ่มศักยภาพเว็บไซต์และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ออกแบบเว็บไซต์ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น โดยปลั๊กอิน WordPress ที่ควรมี ได้แก่

1.Yoast SEO ปลั๊กอินอันดับแรกที่ผู้ออกแบบเว็บไซต์จะต้องโหลดมาใช้ เพราะปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO บนเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยในการเลื่อนอันดับบน Search Engine โดยหลักการทำงานของ Yoast SEO จะช่วยประเมินการเลือกใช้ Keyword และให้คำแนะนำในการปรับตั้งค่าเว็บไซต์ให้ตอบรับการทำ SEO มากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยประเมินคะแนน SEO Content บนเว็บไซต์ได้

2.Regenerate Thumbnails ปลั๊กอิน WordPress ที่ช่วยลดปัญหาการเพิ่มรูปภาพบนเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี เพราะปลั๊กอินตัวนี้จะทำการย่อ – ขยายขนาดภาพให้มีความเหมาะสมและช่วยในการจัดการลบไฟล์ภาพที่ไม่มีความจำเป็นออกไปจากเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์สามารถโหลดไวยิ่งขึ้น

3.WP Fastest Cache พฤติกรรมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนในยุคปัจจุบันต้องการความรวดเร็ว ซึ่ง WP Fastest Cache ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการตั้งค่าระบบ cache เพื่อประหยัดเวลาการดาวน์โหลดข้อมูล โดยหลังจากติดตั้งปลั๊กอินและตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยเพิ่มความเร็วในการแสดงผลเว็บไซต์ ซึ่งมีผลต่อคะแนน SEO เช่นกัน

4.Seed Social ปลั๊กอินที่มีส่วนช่วยในการเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์ให้สามารถแชร์คอนเทนต์บนเว็บไซต์ไปยัง Social media ได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการแชร์ข้อมูลไปยัง Social Media เปรียบเสมือนการสร้าง Backlink ย้อนกลับมายังเว็บไซต์และช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางอื่นได้ด้วย

5.Woocommerce ปลั๊กอินที่มีความสำคัญกับผู้ออกแบบเว็บไซต์ E – commerce เป็นอย่างมาก เพราะปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยให้สามารถสร้างเว็บไซต์สำหรับขายของออนไลน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ตามความต้องการของผู้ออกแบบเว็บไซต์ รวมถึงมีการติดตั้งระบบชำระเงินออนไลน์บนหน้าเว็บไซต์ได้ด้วย

แม้ว่าการตั้งค่าพื้นฐานในเว็บไซต์และการสร้างเนื้อหาแบบ SEO Content เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แต่การติดตั้งเครื่องมือปลั๊กอินที่ช่วยอำนวยความสะดวกจะช่วยทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งปลั๊กอินข้างต้นนี้เป็นปลั๊กอินยอดนิยมที่เหล่านักออกแบบเว็บไซต์มืออาชีพแนะนำ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะว่าจะมีปลั๊กอินตัวอื่นที่มีการพัฒนาออกมาใหม่อยู่เสมอ และอาจจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าที่แนะนำไว้ข้างต้นก็ได้ นักออกแบบเว็บไซต์จึงต้องติดตามข่าวสารใหม่ ๆ เป็นระยะ เพื่อให้เว็บไซต์ที่ออกแบบนั้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด

สร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ฟรี

สร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ฟรี

“เว็บไซต์” เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากเว็บไซต์เปรียบเสมือนหน้าร้านที่คนจากทั่วโลกสามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งในอดีตการสร้างเว็บไซต์จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการเขียน Code สร้างเว็บไซต์จึงทำให้การทำเว็บไซต์มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ในปัจจุบันเราสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ฟรี ดังต่อไปนี้

wordpress.com เป็นโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากระบบการจัดการของ wordpress รองรับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่ายดาย รวมถึงรองรับการทำเว็บไซต์หลากหลายรูปแบบทั้ง Blog และ Marketplace ที่ใช้ในการขายสินค้าและบริการได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ได้ตามขนาดของอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปิดเว็บไซต์ได้หลากหลาย

Squarespace.com โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเว็บไซต์ที่ต้องการโชว์ภาพถ่ายสินค้า หรือใช้เป็นเว็บไซต์ Portfolio โดยเฉพาะ มีความโดดเด่นเพราะใช้งานง่าย มีเลย์เอาท์ – เทมเพลตให้เลือกหลากหลายและรองรับการทำ SEO รวมถึงรองรับการเปิดเว็บไซต์บนสมาร์ทโฟน

wix.com โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีลูกเล่น เอฟเฟคและฟอนต์ให้เลือกมากมาย สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดยมี AI และเว็บดีไซน์ช่วยในการออกแบบ สามารถปรับเว็บไซต์ให้เข้ากับการเปิดเว็บไซต์บนสมาร์ทโฟน สามารถจัดการเนื้อหาภายในเว็ปไซต์ได้ด้วยการลากวางเหมาะทั้งมือใหม่และมืออาชีพที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง

weebly.com เป็นโปรแกรมออกแบบที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานในการเขียน Code HTML สามารถออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้อย่างอิสระ รองรับการทำ SEO บนเว็บไซต์เพื่อให้เกิดการค้นหาที่ง่ายดายและสามารถปรับขนาดเว็บไซต์ให้เข้ากับอุปกรณ์ที่หลากหลายได้โดยอัตโนมัติ

webflow.com โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ต้องมีพื้นฐานและความรู้ในการสร้างเว็บไซต์พอสมควร รองรับการทำเว็บไซต์หลากหลายรูปแบบ

makewebeasy.com โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่สามารถสร้างสรรค์รูปแบบได้ตามความต้องการ รองรับการทำเว็บไซต์หลากหลายรูปแบบ มีเทมเพลตให้เลือกหลายหลายแบบเหมาะทั้งกับผู้เริ่มต้นทำเว็บไซต์ใหม่และมืออาชีพ

webstriple.com โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีรูปแบบเว็บไซต์ให้เลือกหลากหลายรองรับการทำเว็บไซต์และบล็อกหลากหลายประเภท สามารถจัดวางเนื้อหาภายในเว็บไซต์เองได้อย่างง่ายดาย มีระบบให้คำปรึกษาในการทำเว็บไซต์ทำให้มือใหม่สามารถสร้างเว็บไซต์ของตัวเองได้ง่าย ๆ

การสร้างเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมออกแบบสำเร็จรูปไม่เพียงช่วยประหยัดเวลาแต่ยังทำให้มือใหม่ที่อยากฝึกสร้างเว็บไซต์ของตัวเองสามารถทดลองออกแบบได้ฟรี รวมถึงมีระบบการจัดการที่ง่ายดายจึงสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สวยงาม มีเอกลักษณ์และตอบสนองต่อเป้าหมายในการสร้างเว็บไซต์ได้ตามความต้องการ

จะใช้บริการบริษัทออกแบบเว็บดีหรือไม่

จะใช้บริการบริษัทออกแบบเว็บดีหรือไม่

การออกแบบเว็บไซต์อาจจะไม่ใช่เรื่องถนัดของทุกคน แม้คุณจะเป็นนักธุรกิจออนไลน์ที่มีความรู้และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ แต่อาจไม่ถนัดในเรื่องการดีไซน์เว็บไซต์ให้สวยตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หรืออาจทำได้ดีแต่ใช้เวลานานและไม่มั่นใจในตัวเองเพราะไม่ได้เรียนมาโดยเฉพาะ

เรามาดูกันว่า หลักวิธีคิดสำหรับตอบคำถามว่าควรใช้บริการออกแบบเว็บไซต์หรือไม่ ต้องพิจารณาจากเหตุผลอะไรบ้าง

1.คุณค่าของเวลาและความสามารถในการจัดสรรเวลา
ต้องท่องไว้เสมอว่า เวลาของคุณมีค่ากับงานที่ถนัด ถ้าคุณใช้เวลาไปกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และเร่งสร้างสินค้าที่มีความหลากหลายแตกต่างจากท้องตลาดได้เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันกับลูกค้า นั่นคือเวลาที่มีคุณค่ามากกว่าจะมาเรียนรู้เรื่องการออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเอง กรณีนี้คุณจำเป็นต้องจ้างบริษัทรับออกแบบเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแบบมืออาชีพ เพื่อเสริมการตลาดออนไลน์แบบเร่งด่วน จะดีกว่าการทำเองแน่นอน

2.การเรียนรู้และแก้ปัญหาด้วยตัวเองสำหรับคนมีพื้นฐาน
การทำการตลาดออนไลน์มีหลายวิธีที่ผู้คนนิยมทั่วไป คือ SEO ที่ย่อมาจาก search engine optimization ส่วนหนึ่งจะครอบคลุมเรื่องของการจัดโครงสร้างเว็บไซต์ การดีไซน์รูปแบบความสวยงามให้ดึงดูดความสนใจของลูกค้า เพิ่มอัตราการเข้ามาชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์ ถ้าคุณมีความรู้พื้นฐานเรื่องการทำ SEO อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัททำเว็บไซต์ แต่ถ้าคุณอยากเสริมทักษะออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามโดดเด่นก็สามารถลงคอร์สเพื่อเรียนควบคู่กับการพัฒนาเว็บไซต์ตัวเองได้ตลอดเวลา

3.การสร้างภาพลักษณ์ใหม่ในธุรกิจที่แข่งขันสูง
หากคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง นอกจากการทำ SEO แบบจริงจังและต่อเนื่องสม่ำเสมอ คุณต้องจ้างทำเว็บไซต์ให้สวยอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่แตกต่างแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งแน่นอนว่าต้องทำควบคู่กับการพัฒนาและวิจัยสินค้าเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ด้วย ดังนั้น ขอแนะนำให้เลือกบริษัทที่มีประสบการณ์สูงที่รับจ้างออกแบบเว็บไซต์ให้ผลิตภัณฑ์ชื่อดังมาแล้วอย่างเห็นผล จะประสบความสำเร็จในด้านยอดขายคู่กับการขยายฐานลูกค้าอย่างรวดเร็ว คุ้มค่าจ้างงานแน่นอน

จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้บริการออกแบบเว็บไซต์หรือไม่นั้น ไม่ได้มีเหตุผลเดียวหรือคำตอบเดียวให้แก่ทุกธุรกิจ จึงต้องพิจารณาจากปัจจัยภายใน ทั้งความถนัด การบริหารจัดการเวลาตัวเอง ปัญหาของธุรกิจที่ต้องรีบแก้ไข ความคุ้มค่าของรายจ่ายด้าน SEO และการออกแบบเว็บไซต์ SEO ฯลฯ จึงจะได้คำตอบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณในช่วงเวลานั้น ๆ

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้คุณใช้ในการพิจารณาความจำเป็นในการจ้างบริษัททำและออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น

หน้าเว็บเพจสำหรับ ในการสร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจ

หน้าเว็บเพจสำหรับ ในการสร้างเว็บไซต์ให้ธุรกิจ

การออกแบบเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร บริษัทหรือธุรกิจ แน่นอนจะต้องเริ่มต้นข้อมูลหน้าแรกที่บ่งบอกถึงเว็บไซต์ว่าสามารถเสนอข้อมูลอะไรได้บ้าง โดยทั่วไปแล้วเมื่อเข้ามาหน้าแรกจะเจอสไลด์ การแนะนำเกี่ยวกับบริการ ภาพลักษณ์ขององค์กร รวมถึงข้อความ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากการเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูลทั้งหมด

  • About us – ข้อมูลตรงนี้จะอยู่ด้านล่างของเว็บไซต์ เป็นข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือบริษัทของคุณ ประกอบด้วยภาพและข้อความที่ได้มาจากฐานข้อมูล
  • Our Services – การเปิดดูรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการบริการต่าง ๆ ได้ด้วยการคลิกที่ภาพซึ่งคุณสามารถเพิ่มหรือลบแก้ไขงานบริการหรือเพิ่มข้อความ ที่เรียกว่า content เข้าไปได้ นอกจากนี้ยังมีบริการอื่น ๆ ด้านขวามือซึ่งเป็นทางลัดเพื่อคลิกได้ง่ายมากขึ้น
  • Portfolio – Portfolio หรือผลงานที่เป็นภาพต่าง ๆ ขององค์กร บริษัทหรือธุรกิจ สามารถคลิกได้ที่ภาพผลงาน และจะมีสไลด์ที่เป็นภาพแกลอรี่
  • ข่าวสาร – ข่าวสารเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการออกแบบเว็บไซต์ สามารถอ่านรายละเอียดหรือดูภาพข่าว เพียงคลิกที่ อ่านเพิ่มเติม… หรือ read more… นอกจากนี้ในส่วนข่าวสารจะมีทางลัดอยู่ฝั่งขวาซึ่งสามารถคลิกเพื่อดูข่าวล่าสุดได้
  • การติดต่อ – การติดต่อ ประกอบด้วย รายละเอียด เวลาทำการ อีเมล์ เว็บไซต์ LOCATION หรือที่อยู่ของบริษัท ภาพแผนที่ ฟอร์มสำหรับการติดต่อที่ใช้งานได้จริง ส่วนด้านล่างจะเป็น INFORMATION ต่าง ๆ ที่สามารถใส่ข้อความตามที่ต้องการได้หรือลิงก์ไปยัง Social Network นอกจากนี้ทางด้านขวามือยังสามารถเพิ่มลิงก์ได้ตามที่ต้องการอีกด้วย
  • หน้าประกาศรับสมัครงาน – การออกแบบเว็บไซต์หน้านี้ เป็นการระบุตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร เมื่อคลิกเข้าไปแล้วก็สามารถดูรายละเอียดว่ามีการรับตำแหน่งอะไร จำนวนกี่อัตราและมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

การออกแบบเว็บไซต์ระบบหลังบ้านมีความสำคัญเช่นเดียวกันที่ไม่ควรมองข้าม เริ่มต้นด้วยการกรอก Username และ password แล้วคลิก Login โดยหน้าแรกที่เข้ามาระบบหลังบ้านจะเป็น Dashboard คือจะเห็นข้อมูลจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ซึ่งจะแยกเป็นรายเดือน ส่วนทางด้านซ้ายมือจะเป็น ADMIN หรือผู้ดูแลระบบ หมายความว่าเป็นการเพิ่มหรือแก้ไขระบบ ประกอบด้วยฟอร์มเพิ่มและลบแก้ไขข้อมูล Banner / Slide การแก้ไขในส่วนข่าวสาร การใส่ชื่อบริการ รายละเอียดภาพประกอบและผลงานด้วยการเพิ่มภาพที่เป็นภาพแกลอรี่และโฟลเดอร์ เพื่อให้เว็บไซต์ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หรือมีฟังก์ชั่น Textslide ด้วยการใส่ข้อความตามที่ต้องการได้

การประกาศรับสมัครงานด้วยการใช้ฟอร์มเพิ่มข้อมูลในส่วนชื่อตำแหน่ง จำนวนที่เปิดรับและคุณสมบัติต่าง ๆ การติดต่อที่สามารถทดสอบระบบหลังบ้านได้ด้วยการใส่อีเมล หัวข้อและใส่ข้อความ จากนั้นคลิกส่งแล้วรีเฟรช หากจะแก้ไขข้อมูลให้ใช้ฟอร์มแก้ไขข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ วันและเวลาที่เปิดทำการ อีเมล เว็บไซต์ ที่ตั้งและแผนที่ของบริษัท นอกจากนี้ ระบบหลังบ้าน About us สามารถเพิ่มข้อมูลหรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบเว็บสำหรับธุรกิจที่คุณควรรู้ ทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้านเป็นสิ่งที่ต้องออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพตามที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ดังนั้น ควรใส่ใจในแต่ละส่วนประกอบของเว็บไซต์เพื่อให้องค์กร บริษัทหรือธุรกิจดำเนินต่อไป หรือสามารถทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างก้าวหน้ามากขึ้น

ให้เว็บไซต์ ช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์ง่ายขึ้น

ให้เว็บไซต์ ช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์ง่ายขึ้น

การออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ขายดีนั้น ไม่ควรมีเมนูที่มากเกินไป อาจจะมีประมาณ 5 เมนู เช่น หน้าหลัก บริการ ราคา แหล่งความรู้ การติดต่อ เป็นต้น เนื่องจากปัจจุบันผู้คนที่เข้าเว็บไซต์ไม่ชอบดูอะไรมากมายและยังช่วยทำให้ลูกค้าไม่เกิดความสับสน ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีวิธีการออกแบบเว็บเพื่อทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ง่ายขึ้น มาให้ลองปรับใช้

อย่างแรก การเขียนข้อความบนเว็บไซต์ควรเน้นให้กระชับ ได้ใจความหรือเขียนให้น้อยลงโดยเฉพาะเมื่อได้มีการอ่านข้อมูลในมือถือก็จะทำให้เว็บไซต์เด่นชัดมากขึ้น ง่ายต่อการที่จะกดเลือกลิงก์ ในทางตรงข้ามหากเขียนข้อมูลมากเกินไป อาจจะทำให้ดูแล้วไม่รู้สึกอยากอ่านได้ นอกจากนี้การออกแบบเว็บไซต์ให้นึกถึง SEO เพราะเป็นการปรับแต่งให้เว็บติดอันดับโดยธรรมชาติ รวมถึงให้มีวิดีโอและใช้ภาพช่วยในการอธิบายรายละเอียดที่ต้องการนำเสนอลูกค้า เนื่องจากในยุคนี้ใคร ๆ ก็กดดูวิดีโอก่อนเนื่องจากขี้เกียจอ่านข้อความ

ด้านการออกแบบเว็บที่มีปุ่มช่องทางการติดต่อในการทำธุรกิจออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ลูกค้ากรอกฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ จะได้ติดต่อกลับและส่งข้อมูลที่ลูกค้าต้องการได้และเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นมากกว่าการติดต่อทางอีเมล์ คือ การวางปุ่มไลน์บนหน้าเว็บไซต์ที่เป็นช่องทางการติดต่อเพราะทำให้ลูกค้าใช้มือถือคลิกแอดไลน์ได้เลย หรือถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ก็จะเป็นคิวอาร์โค้ด เมื่อใส่ช่องทางการติดต่อต่าง ๆ บนเว็บไซต์แล้วก็สามารถเป็นตัวชี้วัดได้ว่ามีคนเข้ามากรอกฟอร์มกี่คน

Tracking Code ทุกหน้า เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้ใช้

การวางตัวชี้วัดไว้ทุกหน้าของเว็บไซต์เป็นหนทางประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์และยิ่งถ้าลดจำนวนหน้าของเว็บไซต์ลงให้เหลือประมาณ 10 หน้า ก็จะช่วยการบริหารแต่ละหน้าได้ง่ายมากขึ้น เพราะสามารถวางโค้ดหลายอย่างที่ต้องการได้โดยใช้เวลาไม่มากนัก เช่น

  • Google Analytics เป็นเครื่องมือกูเกิ้ลที่ใช้ได้ฟรี คล้าย ๆ กับตัววัด traffic ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการชี้วัดว่าเป็นเพศอะไร ช่วงอายุเท่าไหร่ เข้ามาเวลาไหนมากกว่ากัน และเข้ามาจากแหล่งไหน
  • Remarketing Code ,Pixel ติดไว้ในแต่ละหน้าซึ่งแยกจากกันได้ง่าย เพราะมีเพียงไม่กี่หน้าทำให้สามารถส่งโฆษณากลับไปหาลูกค้าได้ตรงตามที่ต้องการมากขึ้น
  • Conversion เบื้องต้น ในการทำโฆษณาด้วยการวัดผลลัพธ์จากหน้า Facebook, Youtube และ Google
  • Tag Manager เป็นการวางโค้ดเพียงครั้งเดียวแบบไม่ต้องวางซ้ำบนเว็บไซต์

เมื่อมีการออกแบบเว็บที่ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ง่ายขึ้น คนส่วนใหญ่ก็จะได้รับรู้ถึงโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจของคุณในหน้าหลักและหน้าต่าง ๆ ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนสนใจและมีการติดต่อด้วยการกรอกข้อมูล จากนั้นก็อาจนำไปสู่การซื้อด้วยการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต และอาจยังทำให้ลูกค้าบอกต่อได้ ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้าจริง ลูกค้าแฟนเพจต่าง ๆ ที่กดไลค์ ดังนั้น แนวความคิดในการออกแบบเว็บจึงมีความสำคัญ รวมถึงการวัดผลสถิติผู้เข้าชมและการทำโฆษณาเพื่อนำไปปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

โมดิฟายหน้าเว็บเพจ ต้องทำให้โดนใจลูกค้า

ดีไซส์หน้าเว็บเพจ ให้เหมาะกับผู้ใช้

หากคุณเปิดร้านค้าขายสินค้าอะไรสักอย่าง คุณต้องทำ “หน้าร้าน” ให้ดึงดูดใจ เพื่อเรียกลูกค้าให้เข้ามาดูสินค้าในร้าน ก่อนต่อยอดไปถึงขั้นตอน “ตัดสินใจซื้อ” จริงไหม? ยุคที่การค้าออนไลน์กำลังเฟื่องฟูการทำหน้าร้านออนไลน์ให้ดึงดูดใจก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน และเรื่องนี้ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้ประกอบการมากกว่าร้านค้าทั่วไป เนื่องจากการตัดสินใจเข้าชมหรือไม่เข้าชมร้านค้าออนไลน์นั้น ลูกค้าจะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีด้วยสัมผัสบนปลายนิ้วเท่านั้น ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจออนไลน์จึงให้ความสำคัญมาก กับการออกแบบหน้าร้านซึ่งก็คือ “การออกแบบเว็บไซต์” ของบริษัทหรือกิจการนั่นเอง

หลักการออกแบบเว็บไซต์ ให้ดึงดูดใจ

สิ่งสำคัญของเว็บไซต์ที่ดีจะต้องมี คือความสวยงาม ดูดี น่าสนใจและยังต้องมีข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน โดยทั้งหมดจะต้องถูกจัดวางตามหลักการต่อไปนี้

ความเรียบง่ายแต่ให้ความเข้าใจอย่างกระจ่างชัด

การออกแบบเว็บไซต์ให้ดูหวือหวา ฉูดฉาดหรือโลดโผนมากเกินไป บางครั้งก็อาจไม่เกิดประโยชน์ เพราะอาจทำให้คนชมรู้สึกรก, ไม่สบายตา, สับสน และหมดความสนใจได้ง่าย ๆ แต่หากเปลี่ยนการออกแบบเว็บไซต์ให้ดูเรียบ ๆ เลือกเฉพาะสิ่งที่ต้องการนำเสนอจริง ๆ ไปจัดวางให้ดูสบายตา โดยใช้รูปภาพ หรือกราฟิก ทั้งแบบนิ่ง (Still) และเคลื่อนไหว (Motion) เข้ามาช่วย ก็จะทำให้ดูสบายตากว่า ที่สำคัญคือหากเป็นภาพหรือกราฟิกที่เคลื่อนไหวจะต้องไม่ให้มี Speed ที่เร็วเกินไป ทั้งนี้หากมีหลายหน้าบนเว็บไซต์จะต้องคุมโทนและอารมณ์ (Mood & Tone) ให้แต่ละหน้ามีความใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกันให้มากที่สุดด้วย

เนื้อหาที่ดี Content is a King

คือสิ่งที่นักพัฒนาเว็บไซต์จะต้องคำนึงถึงตลอดเวลา เพราะเนื้อหาเป็นตัวแปรหลักที่จะทำให้ผู้คนติดตามเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เนื้อหาบนเว็บไซต์จึงต้องมีความถูกต้องสมบูรณ์ มีความน่าสนใจและยังต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

มีระบบนำทาง หรือ Navigation

ซึ่งเป็นเสมือนผู้ช่วยบอกทางหรือขั้นตอนในการใช้เว็บไซต์ ซึ่งควรออกแบบให้เรียบง่าย เพื่อให้เข้าใจและใช้งานตามได้อย่างสะดวก เข้าใจผู้ใช้ ยกตัวอย่างเว็ยกลุ่ม Livescore ผลบอล ควรมีเมนูตารางบอลล่วงหน้า บอลเมื่อคืน บอลวันนี้ แยกกันและคลิกได้จากทุกหน้า เพราะผู้ใช้ส่วนมากต้องการดูทั้งสามอย่าง ที่สำคัญคือ หากจะนำกราฟิกมาใช้ประกอบระบบนำทางก็ควรเลือกกราฟิกที่เข้าใจง่ายด้วยเช่นเดียวกัน

ให้ความสะดวกในการเข้าใช้งานจากทุกระบบปฏิบัติการ

เนื่องจากผู้คนที่จะเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ จะมีทางเลือกอย่างหลากหลาย บางคนนิยมท่องเว็บจากคอมพิวเตอร์พีซี หรือโน้ตบุ๊ก ขณะที่คนอีกเป็นจำนวนมากนิยมใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต ซึ่งก็มีทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ ด้วยความหลากหลายของฟังก์ชันการใช้งานเหล่านี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์จะต้องสร้างความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์จากทุกช่องทางด้วย

เมื่อออกแบบเว็บไซต์ด้วยหลักการเหล่านี้แล้ว ก็ต้องไม่ลืมใส่ข้อมูลช่องทางการติดต่อไว้ในจุดที่มองเห็นง่ายด้วย เพียงเท่านี้ก็ถือว่ามีความพร้อมในการสร้างหน้าร้านค้าออนไลน์และต่อยอดเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชม จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งจะถือว่าครบถ้วนตามเป้าหมายของธุรกิจ E-commerce แล้ว

ออกแบบเว็บให้ดีและใช้ง่าย ต้องรู้หลักการพื้นฐาน

เทคนิคพื้นฐานในการออกแบบเว็บ

เว็บไซต์เป็นพื้นที่หน้าร้านสำหรับการตลาดออนไลน์ที่ทุกคนต้องใช้ในการเข้าถึงสินค้าและบริการของแต่ละบริษัท การออกแบบให้สวยงามดูดีอ่านง่ายใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับยอดขายสินค้าหรืออัตราการเข้าใช้บริการ เช่น กิจการโรงแรม บริษัททัวร์ ฯลฯ

จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคน ที่ตั้งใจทำธุรกิจออนไลน์อย่างจริงจังให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว ควรเรียนรู้หลักการและนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์แบรนด์หรือสินค้าของตัวเอง ซึ่งเราได้รวบรวมเทคนิคพื้นฐานมาฝากกัน ดังนี้

เทคนิคพื้นฐานในการออกแบบเว็บ

ความเรียบง่ายชัดเจน

คุณอาจจะเคยเข้าเว็บไซต์ที่มีการวางแบนเนอร์ป้ายโฆษณา หรือจัดหมวดหมู่ของสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เป็นที่เป็นทาง ทำให้รู้สึกไม่สบายตาและยังมองหาหมวดหมู่สินค้าหรือการบริการยากลำบาก ฯลฯ ดังนั้นการวางผังเว็บไซต์ต้องเรียบง่าย และควรแยกส่วนโฆษณาให้ไปด้านบนหรือล่าง ซ้ายหรือขวาเป็นสัดส่วนไป จะทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกประทับใจและไม่เสียเวลากับการหาสิ่งที่ต้องการ

สีสันอักษรและพื้นหลัง

ควรเลือกสีที่เป็นเอกลักษณ์โทนเดียวกับโลโก้สินค้า เช่น บริษัทที่คุณอาจจะนึกถึงบ่อย ๆ อย่างเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่จะใช้สีเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น สีส้ม สีฟ้า สีเขียว หรือ บริษัทน้ำอัดลม ก็จะใช้สีแดง-ดำ หรือแดง-ขาว-น้ำเงิน ฯลฯ

การสร้างอัตลักษณ์ให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของตัวเองได้ จึงขึ้นกับสีสันด้วย ทั้งนี้ หากสีของโลโก้ไม่เหมาะกับการทำพื้นหลังหรือตัวอักษรโดยตรงก็ต้องปรับโทนสีให้เหมาะสม เพื่อให้ดูสบายตาสำหรับผู้อ่านมากที่สุด

ความยาวของเนื้อหาบทความ

บทความในแต่ละเพจจะมีความยาวไม่เท่ากันมีตั้งแต่ 300 ถึง 3,000 คำ ขึ้นอยู่กับแนวทางการจัดทำเว็บไซต์ เช่น เป็นเว็บไซต์เน้นการให้ความรู้เชิงวิชาการ ก็ต้องกำหนดความยาวเนื้อหาค่อนข้างมาก ซึ่งต้องแทรกรูปเป็นระยะด้วย เพื่อช่วยในการพักสายตาผู้อ่าน และลดความเบื่อหน่ายของผู้อ่าน

ส่วนบทความสั้น ก็ต้องสร้างเนื้อหาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเว็บไซต์ของคุณนั้นแตกต่างจากที่อื่น ๆ

มีการเลือกตำแหน่งโลโก้และตัวอักษรแบบหนา

การเพิ่มความดึงดูดและเน้นย้ำความสำคัญของบางช่วงบางตอน จำเป็นต้องใช้ตัวอักษรหนา ที่อาจมีสีแตกต่างไปจากบริบทด้านข้าง และต้องแทรกโลโก้บ้าง เพื่อสร้างความจดจำ ซึ่งเทคนิคการแทรกโลโก้ทำไม่ยาก เช่น ใส่บนรูปภาพที่คุณถ่ายเอง หรือใส่ที่มุมด้านหนึ่งของคลิปวิดีโอประกอบบทความ ฯลฯ จะช่วยทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพและทำให้คนนึกถึงแบรนด์คุณอยู่บ่อย ๆ

จะเห็นได้ว่า การออกแบบเว็บไซต์ให้ดึงดูดใจและใช้งานได้ดีนั้น จำเป็นต้องใช้หลายองค์ประกอบร่วมกันที่ต้องทำให้เหมาะสมลงตัว เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ให้ทุกท่านนำไปทบทวน ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ของคุณให้มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่ายและเป็นมิตรต่อผู้อ่าน ซึ่งจะทำให้เกิดความประทับใจและกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์บ่อย ๆ ด้วย

ออกแบบเว็บให้ดีและใช้ง่าย ต้องรู้หลักการพื้นฐาน