Author Archives: Edna Nelson

ดีไซส์โครงสร้าง Website ให้น่าสนใจ

ดีไซส์โครงสร้าง Website ให้น่าสนใจ

เว็บไซต์นับเป็นหนึ่งในงานที่ต้องได้รับการออกแบบที่ดี เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ สามารถดึดดูดใจให้ผู้คนเข้ามาใช้งาน ส่งผลดีต่อธุรกิจ หรือปัจจัยที่ทำใช้เว็บไซต์นั้น ๆ เป็นอย่างมาก หลักการในการออกแบบเว็บไซต์ที่ดี นั้นเกิดจากการผสมผสานระหว่างงานออกแบบ และการใช้เทคโนโลยี ตรวจสอบข้อจำกัดและรายละเอียดที่ควรรู้เกี่ยวกับการออกแบบเว็บดังนี้

  1. ประเภทของเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ต้องรู้จักประเภทของเว็บไซต์นั้น ๆ ก่อน เพื่อให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยทั่วไปประเภทของเว็บไซต์มีดังนี้
    • Corporate หรือเว็บไซต์สำหรับองค์กร การออกแบบควรมีข้อมูลสำคัญ ๆ ขององค์กรนั้น ๆ อย่างข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร หรือข้อมูลข่าวสารที่ต้องการสื่อสารกับผู้รับชม
    • Landing page คือเว็บไซต์ที่มักมีแค่หน้าเดียว (single page) ใช้เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานกลายมาเป็นลูกค้า Landing page จึงต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ข้อดีของสินค้านั้น ๆ และควรมีปุ่ม Call to action ที่สะดุดตาเพื่อเปลี่ยนผู้ใช้งานกลายมาเป็นลูกค้าให้ได้
    • E-commerce ตลาด E-commerce กำลังที่เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามความต้องการของผู้คนที่นิยมซื้อของในร้านค้าออนไลน์กันมากขึ้น การออกแบบเว็บไซต์ E-COMMERCE จึงเน้นความสวยงาม น่าใช้งาน และสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า
  2. Grid คือสิ่งสำคัญ Grid คือตัวควบคุมในการวาง Layout ในงานออกแบบเว็บไซต์ การใช้งาน Grid System ที่ดีจะส่งผลต่อการทำ Responsive (การออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถแสดงผลได้ทุกขนาดหน้าจอ) รูปแบบของ Grid ที่ออกแบบยังส่งผลให้เว็บไซต์นั้น ๆ น่ามองหรือไม่อีกด้วย
  3. ภาพคือองค์ประกอบสำคัญ พื้นที่กว่า 80% ของหน้าเว็บมักเป็นรูปภาพ และ 20% จะเป็น UI หรือข้อมูลที่ต้องการให้ลูกค้ารับรู้นั่นเอง รูปภาพที่ดีนอกจากสวยแล้ว ยังต้องสามารถสื่อสารข้อความที่ต้องการสื่อออกไปได้ด้วย
  4. การวางสไตล์การออกแบบ สไตล์การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีควรยึดตามเทรนด์ในขณะนั้น ๆ ให้ดี หลายครั้งที่เทรนด์เกิดจากผู้ให้บริการรายใหญ่ในโลกออนไลน์อยู่แล้ว หากใครไม่รู้ว่าจะกำหนดสไตล์การออกแบบเว็บไซต์อย่างไร ขอแนะนำเว็บไซต์ที่มีไอเดียเว็บไซต์ที่น่าสนใจไว้ ดังนี้
    • Pinterest เป็นโซเชียลที่รวบรวมแรงบันดาลใจงานดีไซน์เอาไว้อย่างหลากหลาย ผู้สนใจสามารถหาตัวอย่างการออกแบบเว็บไซต์ ดีไซน์สวย ๆ ได้ โดยใช้คำว่า Web Design หรือ Website Design ในการค้นหา แต่ภาพส่วนมากจะมีลิขสิทธิ์ควรขออนุญาต หรือให้เครดิตผู้ออกแบบด้วย
    • Awwwards เป็นเว็บที่ใช้ประกวดการออกแบบเว็บไซต์ หากสนใจเว็บที่สวยงาม หรูหรา มีฟังก์ชั่นมากมายให้ลองเข้ามาดูตัวอย่างกันได้เลย แต่ทุกภาพจะมีลิขสิทธิ์แล้วทั้งนั้น
    • Behance เป็นแหล่งคอมมูนิตี้ของเหล่าดีไซน์เนอร์ ช่างภาพ และอาร์ททิส โดยนำโปรแกรมการออกแบบมาสร้างสรรค์ และโชว์ผลงานออนไลน์ของตนเอง ดังนั้นหากค้นหาด้วยคำว่า Web Design หรือ Website Design ก็มีตัวอย่างงานออกแบบเว็บไซต์ดี ๆ ให้เลือกพิจารณาอยู่มากมาย

Long tail keyword คืออะไร ทำไมสำคัญต่อกลยุทธ์ SEO

Long tail keyword คืออะไร ทำไมสำคัญต่อกลยุทธ์ SEO

เรื่องสำคัญของคนทำเว็บอีกข้อคือการออกแบบเว็บให้ Search Engine เข้าใจง่ายที่สุดและมีโอกาสขึ้นไปอันดับต้นๆของผลการค้นหา ปัจจุบันการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่มีคนสนใจกันมาก เพื่อช่วยให้เห็นเว็บไซต์ง่ายขึ้น มีโอกาสที่จะเสนอขายสินค้าและบริการได้ก่อนคู่แข่งรายอื่น คีย์เวิร์ดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการทำ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Long Tail Keywords ที่เจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักคีย์เวิร์ดนี้กัน

Long Tail Keywords คืออะไร

ความหมายของ Long Tail Keywords คือคีย์เวิร์ดที่เป็นกลุ่มคำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง เพื่อให้ความหมายแคบลง ง่ายต่อการค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น โดยปกติคีย์เวิร์ดที่นำมาใช้แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Short, Medium และ Long ดังนี้

  1. Short-Tail keywords เป็นคีย์เวิร์ดที่นิยมใช้กันบ่อย เช่น รองเท้า กระเป๋า หน้ากากอนามัย เนื่องจากมีความครอบคลุมมาก ผลการค้นหาใน Google จะเข้าถึงเว็บไซต์จำนวนมาก
  2. Medium-Tail keywords คือคีย์เวิร์ดที่นำคำสั้นแบบ Short-Tail keywords จำนวน 2-3 คำขึ้นไป มาต่อกันเพื่อให้ความหมายที่มีความเจาะจงมากขึ้น สามารถเข้าถึงเว็บไซต์จำนวนปานกลางแต่ตอบโจทย์ความต้องการค้นหาได้ดีขึ้น
  3. Long-Tail keywords เป็นคีย์เวิร์ดประเภทที่มีความเจาะจงมากที่สุด ประกอบไปด้วยคำหลายคำ จะมีปริมาณการค้นหาน้อยกว่าสองประเภทข้างต้น

เปรียบเทียบผลการค้นหาเมื่อใช้คีย์เวิร์ดแต่ละประเภท ในกรณีที่ใช้คีย์เวิร์ดคำเดียวจะมีความหมายกว้าง ๆ ครอบคลุมมากเกินไป เช่น “รองเท้า” ถ้าใช้คีย์เวิร์ดที่เป็นกลุ่มคำจะเจาะจงมากขึ้น เช่น “รองเท้าผ้าใบ” ยิ่งเพิ่มจำนวนคำทำให้คีย์เวิร์ดเป็นกลุ่มคำที่มีความยาวขึ้น เช่น “รองเท้าผ้าใบ ราคาถูก” หรือ “รองเท้าผ้าใบ ผู้หญิง กรุงเทพฯ ราคาถูก” ช่วยตีกรอบให้แคบลง แม้ว่าผลการค้นหาจะลดน้อยลง แต่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการมากขึ้น

ข้อดีของการใช้ Long Tail Keywords

คีย์เวิร์ดคำเดียวค้นหาสิ่งที่ต้องการแบบกว้าง ๆ จะแสดงผลการค้นหามากมาย เมื่อต้องไล่ดูไปทีละเว็บไซต์ทำให้เสียเวลามาก การทำ SEO ให้ติดหน้าแรกก็ยากมากขึ้นด้วย ส่วนคีย์เวิร์ดหลายคำเจาะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง ส่งผลให้เจอบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องได้ง่าย ค้นพบสินค้าที่ต้องการง่ายขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลดีต่อการทำตลาดด้วย

ธุรกิจน้อยใหญ่เริ่มสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อเปิดช่องทางขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาค้นหาสิ่งที่ต้องการทางออนไลน์มากขึ้น แต่เพราะการแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์สูงมาก ต้องใช้คีย์เวิร์ดหลายคำมาเป็นตัวช่วยให้เว็บไซต์อยู่ในหน้าแรก ๆ ของการค้นหาผ่าน Google มือใหม่ที่เริ่มต้นทำ SEO ควรเลือกใช้คีย์เวิร์ดประเภท Long-Tail keywords เป็นอันดับแรก นำมาแทรกในบทความเพื่อให้การแสดงผลการค้นหามีความเฉพาะเจาะจงและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด

สำหรับการค้นหา Long Tail Keywords ไม่ได้ยากอย่างที่คิด มีเครื่องมือเรียกว่า Google Keyword Planner จาก Google Ads ซึ่งใช้งานง่ายและใช้ได้ฟรี นับว่าเป็นประโยชน์มาก ช่วยให้มือใหม่เลือกคีย์เวิร์ดแบบเฉพาะเจาะจงได้ง่ายยิ่งขึ้น

หาไอเดียที่ไหนดี ? เพื่อเอามาครีเอทเว็บของเรา

หาไอเดียที่ไหนดี เพื่อเอามาครีเอทเว็บของเรา

คนที่อยากมีเว็บไซต์เพื่อเป็นหน้าร้านออนไลน์ในการขายสินค้าหรือเป็นตัวแทนบริษัทที่น่าเชื่อถือ นอกจากต้องมีข้อมูลสินค้าและบริการที่เพียงพอแล้ว ยังต้องใส่ใจด้านดีไซน์หรือออกแบบเว็บให้ดูสวยงามน่าดึงดูดใจด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีใครอยากเข้ามาดูข้อมูลอย่างแน่นอน ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นปัญหาของใครหลายคนที่นึกไอเดียไม่ออก เราจึงนำตัวอย่างแหล่งไอเดียออกแบบเว็บที่น่าดึงดูดใจมาฝากกันในบทความนี้

Pinterest – นอกจากเป็นแหล่งแสดงรูปภาพสวย ๆ และคลิปน่ารัก ๆ แล้ว ยังมีส่วนที่เป็นพื้นที่แสดงด้าน Web Design หรือการออกแบบเว็บไซต์แนวเก๋ ๆ ให้คุณนำไปเป็นแนวทางได้แบบนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบที่เข้ากับสินค้าประเภทเสื้อผ้า แฟชั่นเครื่องประดับ สินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง การแต่งสวนหรือขายต้นไม้-ดอกไม้ และสินค้าแนวแต่งบ้าน DIY

Behance – แพลตฟอร์ม Behance เป็นแหล่งที่นักออกแบบเว็บไซต์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกนิยมแวะเวียนเข้าไปหาไอเดียทำภาพประกอบบทความและทำแบนเนอร์สวย ๆ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งมักเป็นคนที่มีโปรแกรมเฉพาะในการทำภาพ เช่น Adobe Illustrator หรือ Photoshop อยู่แล้ว เพียงแค่เข้าไปพิมพ์คำว่า Web Design ในแพลตฟอร์มนี้ ก็จะพบกับงานตัวอย่างมากมายที่สามารถนำมาปรับให้เข้ากับเว็บไซต์ของเราได้

Dribbble – ดีไซเนอร์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกชื่นชอบไอเดียจาก Dribbble ในด้านการออกแบบเว็บที่เหมาะกับธุรกิจแนวเทคโนโลยี เช่น เครื่องยนต์ มือถือ สินค้าไอที ฯลฯ ที่เน้นความทันสมัย ความล้ำหน้า เป็นอัตลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่นี่ยังมีตัวอย่างงานภาพเคลื่อนไหวที่นามสกุล GIF ให้ผู้ชมได้ไอเดียในการนำไปผลิตใช้กับเว็บไซต์ตัวเองด้วย

Bestwebsite – สำหรับคนที่ไม่ถนัดในการเลือกคู่สี ไม่เข้าใจสีโทนร้อนเย็น หรือการใช้สีเพื่อสื่อความหมาย เราแนะนำให้มาหาไอเดียในเว็บไซต์ Bestwebsite นี้ จะได้เห็นตัวอย่างการออกแบบทั้งแนวเรียบง่ายหรือมินิมอล และแบบที่เน้นความโดดเด่นโฉบเฉี่ยวที่อาจจะมีธีมสีที่เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณได้

Readymag – เป็นแหล่งไอเดียที่เหมาะกับเว็บไซต์ที่ทำเพียงหน้าเดียวเพื่อการทำแบรนด์ให้คนจดจำ เน้นด้านอะนิเมชั่นภาพเคลื่อนไหว หรือ การทำพอร์ตฟอลิโอเพื่อรับงานจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เป็นต้น ถือได้ว่าเข้ามาที่เดียวได้ไอเดียกลับไปทำเว็บแบบสำเร็จได้แบบลัดสั้นเร่งด่วนเลย

นอกจากตัวอย่างที่กล่าวมา ยังมีเว็บไซต์และแพลตฟอร์มอีกมากมายที่รวมไอเดียสำหรับคนที่ต้องการทำเว็บของตัวเอง ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการคัดลอกแต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจหรือทำให้เห็นแนวทางในการทำเว็บไซต์ของตัวคุณเองที่ตรงกับสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น และยังสะดุดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ด้วย

ดีไซส์ Webiste ระดับมืออาชีพต้องคิดถึงอะไรบ้าง ?

ดีไซส์ Webiste ระดับมืออาชีพต้องคิดถึงอะไรบ้าง

การออกแบบเว็บไซต์ตามแนวทางที่ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจออนไลน์อย่างมาก เพราะส่งผลถึงยอดขายสินค้าและบริการ การสร้างตัวตนของแบรนด์สินค้าได้เร็ว และเป็นการเพิ่ม traffic ให้ผู้คนเข้ามาในเว็บไซต์มากขึ้นเรื่อย ๆ

เรามาดูกันว่าหลักการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีต้องคิดถึงอะไรบ้าง

  1. การเลือกภาพหรือคลิปที่ดี

มีหลักการว่า รูปภาพและคลิปต่าง ๆ เป็นสิ่งดึงดูดสายตาที่ดี และช่วยทำให้เนื้อหาบทความต่าง ๆ บนเว็บไซต์เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น การออกแบบรูปภาพที่เหมาะกับแต่ละเว็บสามารถทำได้ทั้งด้วยการวางองค์ประกอบภาพที่ถ่ายจากกล้องในห้องสตูดิโอ การจ้างทำภาพกราฟิก การทำคลิปภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เหมาะสมกับเนื้อหา การควบคุมสีสันและรายละเอียดในภาพหรือคลิปจึงต้องวางแผนอย่างมืออาชีพ หากเป็นเว็บเพื่อการค้าแบบ e-commerce ก็ต้องเป็นรูปภาพสินค้าที่ชัดเจนเห็นรายละเอียดของสินค้าเพียงพอให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

  1. เลือกฟอนต์ที่สื่อสารแบรนด์

ฟอนต์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสามารถบอกถึงลักษณะของสินค้าหรือแบรนด์ได้ เช่น หากใช้ฟอนต์แบบตัวอักษรไทยโบราณก็อาจหมายถึงเสื้อผ้าของไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยหรือแนวย้อนยุค หากเป็นลายเส้นน่ารัก ๆ อ่านง่าย ๆ ก็สื่อสารถึงความเป็นกันเองระหว่างแบรนด์และลูกค้า ในปัจจุบันมีนักออกแบบฟอนต์ตัวอักษรมากมายที่สามารถทำงานตามโจทย์ได้ แต่หากต้องการประหยัดก็สามารถลองใช้บริการโหลดฟอนต์ฟรีจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ จะทำให้เว็บไซต์ดูสวยงามและมีความน่าสนใจมากกว่าการใช้ฟอนต์แบบธรรมดาทั่วไป

  1. การใช้ไอคอนในปุ่มคลิกต่าง ๆ

ในปัจจุบัน ช่องทางลัดเป็นเรื่องจำเป็นต่อการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์ เช่น การสอบถามด่วน การอีเมลไปถึงบริษัท การทำปุ่มแชร์ไปยังไลน์หรือเฟซบุ๊ก ฯลฯ ลองดูไกด์ไลน์จากเว็บ ผลบอล888 เป็นไกด์ไลน์ได้เหมือนกัน การใช้ไอคอนที่เหมาะสมจะช่วยให้เว็บไซต์ดูทันสมัย ทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานที่เข้าใจง่าย การออกแบบไอคอนเองจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ หรือจะหาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่นิยมคือ flaticon ก็เป็นตัวช่วยที่ดีเช่นกัน

  1. ออกแบบโลโก้และแบนเนอร์ให้โดดเด่น

Logo และ Banner เป็นเหมือนภาพลักษณ์หรือหน้าบ้านของเว็บไซต์ ฉะนั้นต้องเลือกทีมผู้ออกแบบแบนเนอร์ที่เป็นมืออาชีพเท่านั้น เพื่อให้ Logo และ Banner ดูสะดุดตาและทำให้ลูกค้าอยากคลิกเข้ามาดูสินค้าและบริการมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากนึกถึงแบรนด์กระเป๋า เสื้อผ้ากีฬา รถยนต์ นาฬิกาชั้นนำ ฯลฯ เราจะนึกถึงอะไรบ้าง เชื่อว่า นอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าและการบริการต่าง ๆ แล้ว รูปภาพ Logo และ Banner ประจำเว็บไซต์นั้น ๆ เป็นสิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึง

การออกแบบเว็บนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่ที่จะทำเว็บไซต์เพื่อค้าขายออนไลน์ แต่ก็ไม่ยากเกินไปหากเรียนรู้ทฤษฎีแล้วนำไปปรับใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ในกรณีที่มีเวลาน้อย เราแนะนำให้จ้างทีมงานจากบริษัทมืออาชีพที่มีความชำนาญ เพื่อลดระยะเวลาในการทำเว็บไซต์ ทำให้เกิดการพัฒนาของธุรกิจออนไลน์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

6 วิธีออกแบบเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

6 วิธีออกแบบเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ในมุมมองของนักพัฒนาเว็บไซต์ กับลูกค้านั้นมีวิธีและมีมุมมองความคิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้การออกแบบเว็บไซต์จึงจำเป็นจะต้องมองให้รอบด้าน เพื่อให้เข้าใจข้อมูลที่สอดคล้องและครอบคลุมซึ่งกันและกัน สำหรับวิธีที่จะทำให้เราทำงานและสร้างเว็บไซต์ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 

1.เป้าหมายในการสร้างเว็บไซต์ต้องชัดเจน 

ก่อนเริ่มออกแบบเว็บไซต์  เราจำเป็นจะต้องระบุให้ชัดเจนก่อนว่าเราสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่ออะไร?, ข้อมูลในเว็บไซต์จะออกมาในรูปแบบไหน?, ภาพลักษณ์ของแบรนด์จะเป็นเช่นไร?, คู่แข่งของเรามีใครบ้าง? การระบุและเขียนออกมาอย่างชัดเจนจะช่วยทำให้เราสามารถวางทิศทางในการออกแบบเว็บไซต์ได้ดีและตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

2.Sitemap

การวางแผนหรือกำหนดขั้นตอนในการทำเว็บไซต์นั้น จะช่วยทำให้นักออกแบบเว็บไซต์ รวมถึงตัวเราเข้าใจแนวคิด เข้าใจข้อมูลและสามารถออกแบบเว็บไซต์ ประกอบกับสร้างเนื้อหาที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ กล่าวคือ Sitemap เปรียบเสมือน ผังเขียว สำหรับการสร้างเว็บไซต์นั่นเอง

3.วางแผนเนื้อหา 

เพื่อให้เว็บไซต์ของเราตอบโจทย์ผู้ใช้งานและตอบโจทย์การทำงานของเรา การวางแผนเรื่องเนื้อหาภายในเว็บไซต์คือส่วนประกอบสำคัญที่ควรเริ่มวางแผนให้ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งเนื้อหาจำเป็นจะต้องมีประโยชน์ สามารถตอบคำถาม ตอบข้อสงสัยที่จะเกิดขึ้นภายในใจลูกค้าในอนาคตได้อย่างชัดเจนมากที่สุด

4.องค์ประกอบของภาพภายในเว็บไซต์

องค์ประกอบของภาพที่เราจะนำมาใช้ภายในเว็บไซต์นั้นจำเป็นจะต้องชัดเจนและสื่อสารต่อผู้ใช้งานโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าได้ง่ายที่สุด ซึ่งเราจำเป็นจะต้องศึกษาเรื่องการใช้สี ตลอดจนการออกแบบ เพื่อให้นักออกแบบรวมถึงตัวเราเองรังสรรค์เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้เรายังจำเป็นจะต้องจำแนกและแบ่งสัดส่วนในการวางรูปภาพให้ชัดเจนตามองค์ประกอบของเนื้อหาภายในเว็บไซต์ด้วย

5.ทดสอบซ้ำ ๆ 

หลังจากการออกแบบและสร้างเว็บไซต์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราควรทำในลำดับต่อไปคือทดสอบการใช้งานซ้ำ ๆ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อันจะนำมาซึ่งปัญหาในภายหลัง

6.วางแผนการทำ SEO 

หากเราออกแบบเว็บไซต์ ตลอดจนสร้างสรรค์เนื้อหาออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทว่าไม่มีคนเห็น อาจกลายเป็นข้อผิดพลาดได้ ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องมือที่จะช่วยได้ดีที่สุดก็คือการศึกษาเรื่องของ Keyword และ Search engine  นั่นเอง

การออกแบบเว็บไซต์เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่จะช่วยทำให้เราสามารถวางแผนและกำหนดรูปแบบของเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนการทำงานนั้นอาจจะดูยากสำหรับใครบางคน แต่หากเริ่มศึกษาและเรียนรู้ก็จะทำให้เราสร้างเว็บไซต์ ตลอดจนออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ออกแบบเว็บไซต์ยังไงให้เป็นมืออาชีพและถูกใจลูกค้า

ออกแบบเว็บไซต์ยังไงให้เป็นมืออาชีพและถูกใจลูกค้า

การเปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากลูกค้าของคุณค้นหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์มากขึ้นเรื่อย ๆ การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยดูดีแบบมืออาชีพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ เพราะจะทำให้คุณมีลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ได้ ดังนี้

1.ภาพประกอบโดดเด่น
การใช้ Photoshop หรือโปรแกรมอื่น ๆ ในการทำภาพประกอบเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เพื่อให้รูปนั้นสัมพันธ์กับเนื้อหาและมีความสวยงามชวนให้อยากอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในเว็บไซต์เพิ่มเติม นอกจากนี้ควรออกแบบภาพให้อยู่บนธีมเดียวกันและสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย

2.มินิมอลลิสม์ เรียบง่ายแต่ชัดเจน
คนรุ่นใหม่ที่นิยมหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มักกล่าวว่า ชอบเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลอ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความซับซ้อน ภาษาสละสลวยปานกลาง ทั้งหมดนี้คือหลักการมินิมอลลิสม์ที่นำไปปรับใช้ได้ทั้งกับเนื้อหาและรูปภาพประกอบ ที่ไม่ควรหนักสาระมากเกินไป หรือใส่ภาพตกแต่งเว็บไซต์มากเกินไปจนดูรกสายตา การเรียนรู้ความต้องการของกลุ่มลูกค้าประจำเว็บไซต์ของตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

3.สร้าง Link เชื่อมโยงแต่ละโพสต์
สร้างการเชื่อมโยงแต่ละหน้าเว็บไซต์ เพราะการแนะนำให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมในหน้าเพจถัดไปหรือบทความเก่าที่มีสาระประโยชน์เกี่ยวข้องกันเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อกระตุ้นให้เกิด Traffic ในเว็บไซต์และทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลในหลากหลายแง่มุมด้วย

4.ดีไซน์โลโก้และตัวอักษร
การออกแบบตัวอักษรที่ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณได้ดีขึ้น หากต้องการมีโลโก้หรือตัวอักษรที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ควรต้องจ้างนักกราฟิกมืออาชีพที่สามารถจับ Concept ของแบรนด์และถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรหรือรูปโลโก้ที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นได้

5.จัดหมวดหมู่ให้เรียบง่าย
การจัดหมวดหมู่ให้ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณง่ายเป็นข้อดีที่สำคัญ หากมีการจัดเรียงที่สลับซับซ้อนมากเกินไปหรือไม่จัดหมวดหมู่ประเภทสินค้าไว้เลย จะส่งผลทางจิตวิทยาเชิงลบให้ลูกค้ารู้สึกว่าเข้าว่าแบรนด์ของคุณเข้าใจยากและจะไปเลือกหาร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ ที่ขายของแบบเดียวกันแต่ใช้งานง่ายกว่า เท่ากับว่าคุณพลาดโอกาสที่จะได้รับออเดอร์สั่งสินค้าไปนั่นเอง

6.มีการทำ CTA หรือ ปุ่มลัด
การทำ CTA หรือ call to action สำคัญในการสร้างช่องทางลัดและรวดเร็วในการแสดงผลบางอย่าง เช่น เมื่อคลิกแล้วจะขึ้นเป็นกล่องข้อความให้ส่งอีเมลด่วนหรือส่งคำสั่งซื้อแบบรวดเร็ว จะทำให้ลูกค้าประทับใจในความทันสมัยและประหยัดเวลาในการเรียนรู้เว็บไซต์ของคุณได้

การออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นมืออาชีพและถูกใจลูกค้า เป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หรืออาจเลือกจ้างบริษัทจ้างทำเว็บไซต์แบบมืออาชีพก็ได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องประเมินค่าใช้จ่ายและเลือกบริษัทที่มีประวัติดี มีประสบการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการด้วย

เริ่มต้นออกแบบเว็บไซต์ยังไง ให้โดนใจ

เริ่มต้นออกแบบเว็บไซต์ยังไง ให้โดนใจ

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี เปรียบเสมือนการรวมกันเข้าระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี แม้นี่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับใครบางคน แต่สำหรับคนที่ต้องออกแบบเว็บไซต์เพื่อหวังผลทางธุรกิจที่เติบโต ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ในสองศาสตร์อย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง ทั้งยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับประเภทของเว็บไซต์ เพื่อให้รูปแบบเว็บไซต์เราตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง (user) และตรงกับกรอบแนวคิด (concept) ที่วางไว้นั่นเอง

ประเภทของเว็บไซต์

แบ่งออกได้ 3 ประเภทหลัก ๆ คือ เว็บไซต์สำหรับองค์กร (Corporate), เว็บไซต์สำหรับให้ข้อมูลสินค้า (Landing-page) และเว็บไซต์ E-commerce อย่างที่เรารู้จักกันดีในระยะหลัง เช่น Lazada, shopee โดยแต่ละประเภทจะมีค่าใช้จ่ายในการสร้างแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น ผู้ที่จะทำเว็บไซต์จึงต้องศึกษาเรียนรู้ให้ดีว่า ธุรกิจหรืองานของเราเหมาะกับเว็บไซต์ในรูปแบบใด

การออกแบบเว็บไซต์

การออกแบบเว็บที่ดีนั้น เราจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1.กรอบแนวคิด หรือ ไอเดีย (Concept)
การออกแบบเว็บไซต์ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์หรือการตีกรอบ ว่าอยากให้เว็บไซต์ของเราอยู่ในรูปแบบใด หรือหากอยากออกแบบตามเทรนด์ยอดนิยมในขณะนั้นก็ย่อมได้ แต่ก็ควรให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการในเว็บไซต์เข้าใจความเป็นตัวตนและเห็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้กูรูทางการออกแบบเว็บไซต์แนะนำว่าต้องให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก

2.องค์ประกอบของภาพ
การจัดวางองค์ประกอบของภาพเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ เพราะกว่า 80% ของพื้นที่หน้าเว็บไซต์มักจะแสดงผลเป็นรูปภาพและ 20% ของพื้นที่ที่เหลือจะเป็น UI (user + interface) ด้วยเหตุนี้ สิ่งแรกที่กลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บไซต์จะได้พบ จึงมักจะเป็นรูปภาพที่ควรเลือกสรรมาอย่างดี โดยรูปภาพที่ดีที่สุดจะต้องสื่อสารข้อความ (message) ที่เราต้องการสื่อออกมาได้อย่างง่าย ๆ โดยในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มตัวช่วยด้านรูปภาพแบบฟรีมากมาย จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของรูปภาพได้ เช่น Pixabay, Freepik เป็นต้น

3.ขนาดฟอนต์
ฟอนต์ทุกชนิดที่เราเลือกมาใช้ในเว็บไซต์ จะต้องมีขนาดเท่าหรือใกล้เคียงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและการเขียนโค้ด ทั้งยังช่วยให้หน้าเว็บไซต์ดูเป็นระเบียบมากขึ้น ผู้ออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันมีความได้เปรียบเพราะมีเว็บไซต์หลายแห่งให้ดาวน์โหลดฟอนต์ได้ฟรี ๆ ทำให้ประหยัดเวลาในการออกแบบเอง ก็ควรเลือกฟอนต์ที่แลดูสะดุดตาและสื่อถึงแบรนด์ให้มากที่สุด ต้องคำนึงเสมอว่า ลูกค้ามักจดจำแบรนด์ได้จากฟอนต์ตัวหนังสือหรือโลโก้ที่สื่อถึงแบรนด์มากที่สุด

การออกแบบเว็บไซต์ให้โดดเด่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องศึกษาเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ มากมาย สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราสามารถออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามแตกต่างจากคนอื่นได้ คือ การฝึกฝนออกแบบ หรือการทดลองทำจริง เพื่อให้ทำออกมาได้อย่างดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่ลืมการตอบโจทย์ด้านการค้นคว้าข้อมูลหรือให้บริการลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเราให้สะดวกที่สุดด้วย

ข้อดีของการออกแบบเว็บไซต์ให้สวย

ข้อดีของการออกแบบเว็บไซต์ให้สวย

การทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่ไวรัส covid ระบาด ทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันมาซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าความสวยงามของเว็บไซต์จะช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าชมได้ แต่ยังมีข้อดีอีกหลายอย่างที่เราอยากจะนำมาบอกต่อกันในบทความนี้

1.เว็บไซต์ดูสะดุดตาลูกค้าประทับใจ
เนื่องจากความสวยงามเป็นสิ่งที่เราทุกคนเห็นได้ตั้งแต่แรก ซึ่งคำว่า เว็บไซต์สวยนั้น ไม่ใช่เพียงใส่ใจแต่สีสัน ยังรวมถึงการออกแบบส่วน Banner การจัดหมวดหมู่ category การเรียงลำดับ Widget ทั้งด้านบน ด้านข้างและด้านล่างของตัวเว็บไซต์ การเลือกสีที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ประกอบในส่วนต่าง ๆ ทำให้ลูกค้าสะดุดตาและจดจำเว็บคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น

2.เพิ่มอันดับ SEO และยอดขาย
SEO หรือ search engine optimization ไม่ใช่เพียงการสร้างบทความที่มีคุณภาพเท่านั้น ยังรวมไปถึงการทำเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายและสวยงามด้วย ไม่ว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเปิดเว็บไซต์จากที่ใด เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ และการวางโครงสร้างที่เหมาะสมอย่างมีวิสัยทัศน์ จะทำลูกค้าสามารถคลิกหาบทความที่สนใจ หรือเลือกสั่งซื้อสินค้า ใช้บริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่ออันดับคะแนน SEO ร่วมกับส่วนของเนื้อหาบทความที่ดีอย่างแน่นอน

3.สร้างความน่าเชื่อถือ
หากคุณเคยเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ได้ผ่านการออกแบบที่ดี เป็นหน้าจอขาว ๆ ที่ขาดสีสัน คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ประทับใจ เช่นเดียวกันกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ย่อมรู้สึกได้ว่าเว็บไซต์คุณนั้นไม่น่าสนใจและก็ไม่รู้สึกอยากจะกลับเข้ามาหาข้อมูลอะไรในเว็บไซต์คุณอีก หากไม่ทำให้สะดุดตาสวยงามเพียงพอ และโดยเฉพาะหากไม่มีบทความที่น่าอ่านมีคุณภาพสูงแล้ว ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาชมเว็บอีก

4.เป็น portfolio ที่ดี
การหลายคนเริ่มอาชีพเสริมด้วยการรับจ้างทำเว็บไซต์ให้สวยงาม โดยนำเว็บไซต์ที่ตัวเองเริ่มทำนั้นเป็น portfolio หรือสินค้าตัวอย่างแสดงฝีมือให้ผู้อื่นเห็น เพื่อให้มีผู้สนใจว่าจ้าง เกิดเป็นอาชีพเสริมขึ้นมาได้จากการใส่ใจเว็บไซต์ของตัวเองให้ดูสวยงาม ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการประหยัดเงินเพราะคุณไม่ต้องจ้างใครทำเว็บไซต์ให้ตัวเอง แถมยังเป็นช่องทางสร้างรายได้จากความสามารถตรงนี้ได้เป็นอย่างดีด้วย

เว็บไซต์ที่สวยงาม นอกจากเป็นประโยชน์แก่ตัวเว็บไซต์เองในการสืบค้นของ SEO ที่สร้างความประทับใจแก่ลูกค้าเป้าหมายหรือผู้ใช้งานจริง ยังสร้างความจดจำของแบรนด์ที่ทำให้เพิ่มโอกาสเอาชนะคู่แข่งที่ขายสินค้าแบบเดียวกัน ช่วยเพิ่มยอดขายหรือยอดวิวเข้าชมได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเกิดการบอกต่อไปในวงกว้างได้ทำให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น และที่สำคัญ คือ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพที่มีรายได้อย่างการรับออกแบบเว็บไซต์ได้อีกด้วย

นักออกแบบเว็บในมุมมองของผู้ว่าจ้าง

นักออกแบบเว็บในมุมมองของผู้ว่าจ้าง

ในยุคดิจิทัลเราคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับโลกออนไลน์ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ช่องทางนี้จึงกลายเป็นช่องทางที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนชีวิตและการประกอบอาชีพ ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านนี้สูงมาก ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นักออกแบบเว็บไซต์

นักออกแบบเว็บไซต์หรือ Website Designer คือ ผู้ออกแบบและเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อนำเสนอ สินค้า บริการ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ประสงค์จะเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านโลกอินเทอร์เน็ต

นักออกแบบเว็บไซต์ ทำงานอย่างไร
เริ่มต้นจากการรับโจทย์จากผู้ว่าจ้างซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญมากก่อนจะลงมือออกแบบ นักออกแบบจำเป็นต้องเข้าถึงความต้องการ ความคาดหวังของผู้ว่าจ้างอย่างชัดเจนจึงจะสามารถออกแบบได้ตอบโจทย์ตรงใจ นำโจทย์ไปลงรายละเอียด ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวางโครงร่าง (outline) กำหนดขั้นตอนการนำเสนอ การเขียนโปรแกรม นำเนื้อหาเข้าระบบ กำหนดการแสดงผล จัดวางภาพและข้อความ (layout) ในแต่ละเพจ ในขั้นตอนนี้อาจจะมีกราฟิกดีไซน์เนอร์มามีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์งาน เพื่อให้มีความสมบูรณ์โดดเด่นครบครันทั้งในด้านฟังก์ชั่นและความสวยสะดุดตา

หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการทดสอบและแก้ไขงาน พร้อมนำส่งงานแก่ผู้ว่าจ้าง ในแต่ละขั้นตอนการทำงานจะนัดหมายผู้ว่าจ้างนำเสนองานเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่านักออกแบบเว็บยังเดินตามโจทย์ของผู้ว่าจ้างได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

ความโดดเด่นของนักออกแบบเว็บไซต์ที่ผู้ว่าจ้างต้องการคือ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ มีเทคนิคการนำเสนอที่แตกต่าง มีทักษะการสื่อสารที่ดี มีความมุ่งมั่นใส่ใจให้ได้มาซึ่งข้อมูลสำคัญของโจทย์ และที่สำคัญคือการเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย อาจเรียกได้ว่าเป็นนักออกแบบเว็บที่มีความเป็นนักการตลาดอยู่ในตัว การใส่ใจในรายละเอียดและการศึกษาค้นคว้าอย่างหนักของนักออกแบบเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้ว่าจ้างและผู้บริโภคเป้าหมาย จะช่วยให้นักออกแบบลดเวลาในการแก้ไขงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และมีส่วนช่วยทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จสูง

สิ่งที่เป็นเหมือนทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของนักออกแบบ คือ การแข็งขืนยืนอยู่บนจินตนาการสร้างสรรค์ของตัวเอง หากมีมากเกินไปจนไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ปลายทางที่ผู้ว่าจ้างคาดหวัง เช่น อยากให้สวย เก๋ มีดีไซน์แต่ผู้บริโภคเป้าหมายใช้งานยาก โชว์เทคนิคการออกแบบจนเกินความจำเป็นต่อการใช้งาน ก็ถือว่างานยังไม่ตรงโจทย์ของผู้ว่าจ้างได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ควรจะมีการพบกันครึ่งทาง คือหาส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งเป็นการสร้างผลงานด้วย และทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ดีทั้งในส่วนของผู้ว่าจ้างและผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายที่ผู้ว่าจ้างคาดหวังจากนักออกแบบเว็บคือ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเว็บไซต์ได้ง่าย รวดเร็ว และสามารถใช้ประโยชน์จากเว็บไซต์ได้สูงสุด

เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้ปังเหมือนมืออาชีพ

เคล็ด(ไม่)ลับ ออกแบบเว็บไซต์อย่างไรให้ปังเหมือนมืออาชีพ

หากใครมองว่าการออกแบบเว็บไซต์สำหรับมือใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาจไม่ได้มีพื้นฐานหรือประสบการณ์เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์มาก่อนเลย ถ้าอย่างนั้นเรามาดูเคล็ด(ไม่)ลับเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์กันดีกว่า บอกเลยว่าถ้าทำตามแล้วคุณก็จะมีเว็ปไซต์ที่ปังเหมือนได้มืออาชีพมาออกแบบเว็บให้อย่างแน่นอน

ทริคออกแบบเว็บไซต์ให้ปัง

ตั้งชื่อแบรนด์และข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้ชัดเจนและน่าสนใจ
หากคุณกำลังทำเว็บไซต์ที่ขายสินค้า ก็ควรมีชื่อแบรนด์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งควรมีข้อมูลของสินค้าและบริการให้ครบถ้วนเพื่อดึงดูดผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม หรือหากคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการให้ข้อมูลข่าวสารหรือสาระน่ารู้ ก็ควรเขียนหัวข้อให้มีความโดดเด่นและดูน่าสนใจ

-รูปแบบตัวอักษรบนเว็บไซต์ต้องอ่านง่าย
การเลือกรูปแบบตัวอักษรนั้น หลาย ๆ คนอาจเลือกแค่ที่ความสวยงามอย่างเดียว แต่รู้หรือไม่ว่าหากเราเลือกรูปแบบอักษรธรรมดาแต่อ่านง่าย เข้าใจง่าย จะทำให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้อ่านมากขึ้นเยอะเลย

-โทนสีและข้อความบนเว็บไซต์ที่โดดเด่น
การเลือกโทนสีในเว็บไซต์ควรเลือกใช้สีที่มีโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน และข้อความที่มีตัวอักษรขนาดกำลังพอดี มีสีสันไม่กลืนไปกับพื้นหลังของเว็บไซต์ จะทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมนั้นสบายตาและสามารถเลื่อนดูเว็บไซต์ของคุณได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

-เลือกวางภาพประกอบให้สมดุล
หากคุณมีภาพประกอบที่สวยมากขนาดไหน แต่ถ้าคุณเลือกวางภาพมีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป หรือมีรูปภาพประกอบมากเกินไป อาจทำให้เว็บไซต์ของคุณดูรกขึ้นมาก็เป็นได้

-ตรวจสอบการสะกดคำ
เป็นข้อเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเป็นเด็ดขาด เพราะถ้าคิดในทางกลับกัน หากคุณอ่านข่าวบนเว็บไซต์หนึ่งแล้วมีการสะกดคำบนเว็บไซต์ผิด คุณก็จะมีความเชื่อถือลดน้อยลง หรืออาจถึงขั้นมีความหมายผิดเพี้ยนไปจนเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดกันก็เป็นได้

-มีการสรุปข้อมูลที่ถูกต้อง
ถ้าคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับการขายสินค้า คุณควรจะต้องมีสรุปยอดและข้อมูลคำสั่งซื้อเพื่อให้ผู้ซื้อตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างสะดวกสบายและครบถ้วน หรือหากคุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับข่าวสารหรือสาระน่ารู้ก็ควรมีสรุปเนื้อหาไว้ท้ายบทความด้วย

จะเห็นได้ว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเลย เพียงแค่ทำตามทริคที่เราได้บอกไป เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าสนใจ โดนใจผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ปังเหมือนกับเว็บไซต์ของมืออาชีพ อีกทั้งยังอาจทำให้เพิ่มยอดขายและยอดการเข้าชมได้มากขึ้นอีกด้วย